ต่อมไขมันโต ทำให้หน้าไม่เรียบเนียน


วันนี้ Modella Clinic จะพาทุกคนมารู้จักปัญหาต่อมไขมันโต ตุ่มเม็ดที่ทำให้หน้าไม่เรียบเนียน พร้อมกับวิธีรักษาให้หายขาดถาวร

เวลาลูบหน้าแล้วรู้สึกสะดุด เจอเม็ดๆ ตุ่มๆ หลายคนคงจะคิดว่าไม่เป็นสิวก็คงจะเป็นไฝ หรือกระเนื้อ คงไม่มีใครคิดว่าตุ่มนั่นคือต่อมไขมันโต

ปัญหาที่พบได้ในช่วงอายุมากขึ้น ถึงจะไม่ใช่ปัญหายอดฮิตแต่ก็สร้างความรำคาญใจไม่น้อยให้กับหนุ่มๆ สาวๆ หลายคน เพราะนอกจากผิวหน้าจะไม่เรียบเนียน

ยังทำให้แต่งหน้าไม่ติด แม้จะใช้คอนซิลเลอร์ปิดก็คงปิดไม่อยู่

วันนี้ Modella Clinic จะพาทุกคนมารู้จักปัญหาต่อมไขมันโต ตุ่มเม็ดที่ทำให้หน้าไม่เรียบเนียน พร้อมกับวิธีรักษาให้หายขาดถาวร





ลักษณะของต่อมไขมัน

ต่อมไขมันโต (Sebaceous gland hyperplasia) คือ ขยายตัวของต่อมไขมันที่ผิดปกติ ระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ทำให้การหมุนเวียนของเซลล์ไขมัน หรือ Sebocyte ลดลง จำนวนของ Sebocyte เพิ่มขึ้น

ส่งผลทำให้ต่อมไขมันขยายตัวใหญ่ขึ้น ซึ่งไม่เป็นอันตรายและไม่มีโอกาสเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งผิวหนัง พบได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง


ลักษณะของต่อมไขมัน

ตุ่มขอบนูนยก บุ๋มตรงกลาง มีขนาดตั้งแต่ประมาณ 0.5 - 3 ซม.

มีสีขาวหรือเหลือง ขึ้นเป็นเม็ดเดี่ยวๆ หรืออยู่เป็นกลุ่มๆ ได้


บริเวณที่พบบ่อยและมีขนาดใหญ่ เช่น จมูก แก้ม หน้าผาก เป็นต้น

บริเวณทั่วไปที่สามารถพบได้ เช่น ปาก หัวนม ถุงอัณฑะ องคชาต ช่องคลอด เป็นต้น


ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดต่อมไขมันโตมากขึ้น เช่น อายุมากขึ้น พันธุกรรม แสงแดด โรค Muir-Torre syndrome เป็นต้น






หน้าต่อมไขมัน ( Sebaceous Gland )

หน้าต่อมไขมัน ( Sebaceous Gland )

-ต่อมไขมันทำหน้าที่สร้างไขมันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่เซลล์ผิว

-เคลือบผิวหนังและเส้นผม

-ป้องกันแบคทีเรีย

ต่อมไขมันจะถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพศชาย หรือ Androgen เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นที่มีฮอร์โมนชนิดนี้มากก็จะทำให้ต่อมไขมันถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้นตามไปด้วย





วิธีแยกความแตกต่างระหว่างสิวหินกับต่อมไขมันโต

วิธีแยกความแตกต่างระหว่างสิวหินกับต่อมไขมันโต

หลายคนคงเคยสับสนบ่อยๆ ระหว่างสิวหิน (Milia) กับต่อมไขมันโต (Sebaceous Gland Hyperplasia) ซึ่งหากไม่สังเกตดีๆ อาจจะแยกไม่ออก เนื่องจากลักษณะที่เป็นตุ่มนูนไม่มีหัวสิวหรือคล้ายสิวที่ไม่อักเสบเหมือนกัน

ตำแหน่งที่ขึ้นบนใบหน้าก็คล้ายกัน คือ หน้าผาก แก้ม จมูก


ความแตกต่าง

-ต่อมไขมันโต มีลักษณะเป็นตุ่มนูนขอบยก มีรอยบุ๋มตรงกลาง บางทีอาจเห็นเส้นเลือดเล็กๆ อยู่ใกล้บริเวณนั้น ตุ่มเม็ดมีขนาดตั้งแต่ 0.5-3 ซม. ต่อมไขมันโตเกิดจากเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแอนโดรเจนเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

-สิวหิน มีลักษณะเป็นตุ่มสีขาวเม็ดเล็กมากๆ ประมาณ 1-2 มม. ซึ่งสีขาวด้านในคือก้อนไขมันที่จับตัวแข็งและอุดตันอยู่ภายใน พบมากบริเวณใต้ตา เปลือกตา ส่วนสาเหตุการเกิด สิวหินมักเกิดจากการทำความสะอาดเครื่องสำอางค์ไม่สะอาด ทำให้เกิดการอุดตันฝังลึก ไม่สามารถผลัดเซลล์ออกได้ตามธรรมชาติ





วิธีการรักษาต่อมไขมันโต

วิธีการรักษาต่อมไขมันโต

1. การรักษาด้วยการจี้ด้วยเลเซอร์ เช่น CO2 Laser, Erbium yag laer เป็นต้น เป็นวิธีที่นิยมที่สุด โดยเลเซอร์จะทำให้เกิดความร้อนไปทำลายบริเวณจุดที่เราต้องการกำจัด มีความแม่นยำสูง และปลอดภัย เลเซอร์ที่รักษา


2. การรับประทานยาในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ หรือ Isotretinoin เป็นยารักษาสิว จะช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันที่ทำหน้าที่ผลิตเป็นไขมัน (sebum) เหมาะสำหรับผู้ที่มีต่อมไขมันโตขึ้นจำนวนมากๆ แต่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หลังหยุดยา


3. แต้มกรดทีซีเอ (TCA : Trichloroacetic Acid) เป็นกรดกระตุ้นการหลุดลอกของชั้นเซลล์ผิวหนัง โดยกรดจะทำให้ผิวเกิดบาดแผลและกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่ TCA มีความเข้มข้นตั้งแต่ 10-100% โดยความการออกฤทธิ์จะขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นความเข้มข้น ดังนั้นการรักษาด้วยวิธีนี้ควรอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์






ทำความรู้จักกับ CO2 เลเซอร์

CO2 เลเซอร์ คือ เลเซอร์ที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวกลางในการกำเนิดเลเซอร์ มีอนุภาคเล็กมาก ความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 10,600 nm

-สามารถใช้รักษาหลุมสิว กำจัดไฝ ขี้แมลงวัน หูด ติ่งเนื้อ รวมถึงกำจัดต่อมไขมันโต โดยจะใช้เลเซอร์ยิงไปยังบริเวณจุดที่ต้องการรักษา ความร้อนจากเลเซอร์จะทำให้จุดนั้นเกิดการไหม้แล้วหลุดลอกไป

-สามารถกำหนดตำแหน่งที่ต้องการยิงได้อย่างแม่นยำ ไม่ทำลายผิวบริเวณอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง จึงปลอดภัย และเห็นผลการรักษาค่อนข้างดี

-การกำจัดต่อมไขมันโตด้วยวิธีการนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด


อย่างไรก็ตามเนื่องจากต่อมไขมันอยู่ที่ผิวชั้นหนังแท้ อีกทั้งการกำจัดควรจะเอาออกให้หมดเพื่อป้องการการกลับมาเป็นซ้ำ จึงมีโอกาสที่หลังยิงเลเซอร์จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นตามมาได้ การดูแลแผลหลังทำจึงถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเพื่อป้องกันการเกิดปัญหารอยแผลเป็น





ขั้นตอนการรักษาด้วย Co2 Laser

ขั้นตอนการรักษาด้วย Co2 Laser

-ทายาชา ทิ้งไว้ 30-45 นาที หรือ ฉีดยาชา

-เช็ดทำความสะอาดบริเวณที่ต้องการรักษา

-สวมเเว่นดำเพื่อป้องกันเเสงเลเซอร์ขณะทำการรักษา

-ผู้เชี่ยวชาญกำหนดพลังงานเเสง และทำการยิงรักษาด้วยเลเซอร์

-ทำความสะอาดแผล ทายาฆ่าเชื้อหลังการรักษา

-นัดติดตามผลหลังทำอีก 1-2 สัปดาห์





การดูแลรักษาผิวหลังทำเลเซอร์

การดูแลรักษาผิวหลังทำเลเซอร์

-บริเวณที่ทำเลเซอร์ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำเป็นเวลา 24 ชั่วโมง หากโดนน้ำให้รีบ ซับน้ำด้วยผ้าสะอาดให้แห้งโดยทันที

-เมื่อครบระยะเวลา 24 ชม. หลังทำเลเซอร์สามารถล้างน้ำด้วยน้ำเปล่า หรือ ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าได้

-หลังจากการรักษา 2-4 วัน แผลจะเริ่มตกสะเก็ด และหลุดออกภายใน 2 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการแกะสะเก็ดและปล่อยให้หลุดออกไปเองตามธรรมชาติ

-หลังจากสะเก็ดหลุดออกควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด เนื่องจากผิวหน้าหลังจากทำเลเซอร์จะไวต่อการกระตุ้นด้วยรังสี ควรป้องกันโดยการทากันแดดเป็นประจำทุกวัน หลังสะเก็ดหลุดออกหมด

-สามารถทาครีมบำรุงและแต่งหน้าได้ตามปกติหลังแผลตกสะเก็ด ประมาณ 5-7 วันหลังรักษา






ดู 1 ครั้ง0 ความคิดเห็น