ทำไมทำเลเซอร์ขนถึงไม่หลุดหมดภายในครั้งเดียว

ไขข้อสงสัยว่าทำไมการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ต้องทำหลายครั้ง

หลายคนที่เคยทำเลเซอร์ขน ไม่ว่าจะเป็น IPL, Diode laser หรือ Long Pulse Nd Yag คงมีข้อสงสัยเหมือนกันว่าทำไมทำเลเซอร์ขนถึงไม่หลุดหมดภายในครั้งเดียว

และต้องกลับไปทำซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้งกว่าจะเห็นผล ทำให้ถอดใจกับการทำเลเซอร์ไปก่อนจะทำการรักษาจนจบคอร์ส วันนี้ Modella Clinic จะมาไขข้อสงสัยว่าทำไมการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ต้องทำหลายครั้ง






ขนสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วน

ก่อนจะไปหาคำตอบว่าทำไมการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ต้องทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง เราจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างเส้นขน วงจรชีวิตเส้นขนก่อนว่ามีกี่ระยะ และแต่ละระยะมีการเจริญเติบโตของเส้นขนอย่างไรบ้าง


ขนสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่

ส่วนเส้นขน (Hair Shaft) คือ ส่วนที่งอกขึ้นมาเหนือผิวหนัง มีหน้าที่ปกป้องผิว ประกอบไปด้วยโปรตีน ไขมัน น้ำและแร่ธาตุต่างๆ เส้นขนแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่

- ผิวนอกสุด (Cuticle) เกิดจากเคราตินเรียงซ้อนกันหลายชั้น ทำหน้าที่ปกป้องเนื้อขนจากการถูกทำลาย

- เนื้อชั้นนอก (Cortex) เป็นส่วนของเนื้อขนประกอบด้วยเส้นใยเคราตินมายึดเกาะกัน

- แกนผม (Medulla) ตรงกลางเป็นรูกลวงเพื่อเพิ่มความหนาให้กับเส้นขน


2. ส่วนรากขน (Hair root) คือ ส่วนที่อยู่ใต้ผิวหนัง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ขนเจริญเติบโต โดยรากขนจะวางตัวเจริญอยู่ในรูขุมขนที่มีรูปทรงคล้ายหลอดปากแคบ

- Hair bulb ล่างสุดของรากขนจะมีลักษณะโป่งเป็นกระเปาะเว้าเข้าด้านใน ซึ่งอยู่ติดกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

- Hair papilla ชั้นหนังแท้คล้ายกับนิ้วมือยื่นเข้ามาในโพรงของ Hair bulb บริเวณนี้จะประกอบไปด้วย matrix cells ทำหน้าที่แบ่งตัวสร้างเส้นขนเมลาโนไซต์ทำหน้าที่สร้างเม็ดสีเมลานินให้แก่เส้นขน บริเวณ Hair papillae เป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทมาเลี้ยง จึงมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของเส้นขน ทั้งนี้ต่อมรากผมจะเชื่อมกับต่อมน้ำมันและถูกหุ้มห่อไปจนถึงปากรูขุมขน เพื่อสร้างน้ำมันออกมา






วงจรเส้นขนสามารถแบ่งได้ 3 ระยะ

1. .ระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase)

วงจรเส้นขน คือ ระยะการเจริญเติบโตของเส้นขนตั้งแต่เริ่มงอกใหม่จนถึงหลุดออกไป โดยระยะเวลาวงจรเส้นขนก็จะต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของขนบนร่างกาย วงจรเส้นขนสามารถแบ่งได้ 3 ระยะดังนี้


1. .ระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase)

เป็นระยะที่ขนอยู่ในช่วงกำลังเจริญเติบโต เส้นขนที่มีอยู่บนร่างกายจะอยู่ในระยะนี้ประมาณ 80- 90% เป็นระยะที่กินเวลายาวนานที่สุดแล้วแต่บริเวณที่ขึ้น ถ้าเป็นเส้นผมจะอยู่ในระยะเจริญเติบโตนี้ประมาณ 3-5 ปี หรือมากถึง 7 ปี หากเป็นขนบริเวณแขน ขา ขนตา และคิ้ว ก็จะประมาณ 30 ถึง 45 วัน ทำให้ขนบริเวณดังกล่าวสั้นกว่าเส้นผมที่มีระยะเจริญเติบโตนานกว่าหลายปี ทั้งนี้เมื่ออายุเพิ่มขึ้นระยะนี้ก็จะสั้นลง ทำให้เกิดเป็นปัญหาผมร่วงในคนที่อายุมาก ในระยะนี้ต่อมรากขนมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงเพื่อให้สารอาหารมากมาย ทำให้เซลล์รากขนมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว และเมลาโนไซต์ผลิตเม็ดสีเมลานินจำนวนมากออกมาเพื่อให้สีของขนหรือผมแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล เป็นระยะที่เส้นขนมีความแข็งแรงมากที่สุด






2. .ระยะหยุดเจริญเติบโต (Catagen Phase)

2. .ระยะหยุดเจริญเติบโต (Catagen Phase)

เป็นระยะที่ขนหยุดการเจริญเติบโต ใกล้จะหลุดร่วง เซลล์รากขนหยุดการแบ่งตัว เมลาโนไซต์หยุดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ต่อมรากขนที่เดิมอยู่ลึกลงไปในชั้น Hypodermis จะเริ่มหดสั้นมาเรื่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นค่อยๆ แยกตัวออกจากหลอดเลือดที่มาหล่อเลี้ยงเส้นขน ระยะนี้เซลล์จะหยุดการทำงานประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนเข้าสู่ระยะที่ 3 บนร่างกายเรามีเส้นขนประมาณ 1% ที่อยู่ในระยะนี้






3. ระยะหลุดร่วง (Telogen Phase)

3. ระยะหลุดร่วง (Telogen Phase)

เป็นระยะสุดท้ายของวงจรเส้นขน ต่อมรากขนจะแยกออกจากหลอดเลือดที่มาหล่อเลี้ยง เริ่มมีการสร้างเส้นขนใหม่ ทำให้เส้นขนที่งอกใหม่นี้ไปดันเส้นขนเก่าให้หลุดร่วงออกมาจากโคนขน ขนบนร่างกายเรามีเส้นขนที่อยู่ในระยะนี้ประมาณ 10% กินเวลาประมาณ 3 เดือน ก่อนที่จะเวียนกลับเข้าสู่ระยะ Anagen ใหม่อีกครั้ง






Diode Laser เป็นเทคโนโลยีกำจัดขนที่สามารถกำจัดขนได้ทุกส่วนของร่างกาย

การกำจัดขนโดยทั่วไป การโกน การถอน การแวกซ์ขน ไม่สามารถกำจัดได้อย่างถาวร เนื่องจากไม่มีการทำลายรากขนจึงทำให้ขนหายไปไม่นานก็กลับมาขึ้นใหม่

ผลที่ตามมาหลังการกำจัดขนด้วยการโกน การถอน การแวกซ์ขน

- ผิวเกิดการระคายเคือง

- รูขุมขนอักเสบ

- ขนคุด

- ผิวหนังไก่


Diode Laser เป็นเทคโนโลยีกำจัดขนที่สามารถกำจัดขนได้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นที่ใบหน้า แขน ขา รักแร้ หรือบิกินี่

หลักการทำงาน คือ เลเซอร์จะถูกดูดซับพลังงานโดยเม็ดสีเมลานินที่อยู่ในรากขน จากนั้นพลังงานแสงจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ทำให้เส้นขน รากขน หลอดเลือดเล็กๆ หรือเนื้อเยื่อโดยรอบที่เกี่ยวข้องในการสร้างเส้นขนถูกทำลาย โดยไม่ทำลายผิวหนังหรือรูขุมขน ทำให้เส้นขนงอกเพิ่มอีกไม่ได้ หลุดออกจากรูขุมขน หากทำการรัษาต่อเนื่องขนก็จะขึ้นช้าลง บางลง และค่อยๆ หมดไปในที่สุด


Diode Laser เป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 808 nm ซึ่งเป็นช่วงที่เม็ดสีเมลานินสามารถดูดซับพลังงานได้มาก จึงมีความจำเพาะในการทำลายเซลล์รากขนเมื่อเทียบกับการใช้เลเซอร์ชนิดอื่นๆ

ข้อดี คือ ไม่ต้องใช้พลังงานมากก็สามารถลงได้ถึงรากขน โอกาสเกิดผิวไหม้จึงน้อยมาก บวกกับระบบความเย็นที่ติดตั้งอยู่ที่หัวยิงเลเซอร์ทำให้ขณะทำไม่รู้สึกเจ็บ เย็นๆ สบายผิว จึงเป็นเลเซอร์ที่ค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว ปลอดภัย และได้ประสิทธิภาพ


การทำเลเซอร์กำจัดขนที่มีการทำลายรากขนโดยตรง ทำให้ประสิทธิภาพในการกำจัดขนด้วยการ โกน การถอน การแวกซ์ขน ดีกว่า ปลอดภัย และผลข้างเคียงน้อยกว่า






ทำไมต้องกลับมาทำเลเซอร์ขนซ้ำ

จากที่กล่าวมาข้างต้น การเจริญเติบโตของเส้นขนตั้งแต่เริ่มสร้างจนถึงหลุดร่วงแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ซึ่งระยะที่มีความสำคัญที่สุด คือ ระยะ Anagen หรือระยะเจริญเติบโต ซึ่งเป็นช่วงที่เส้นขนได้รับสารอาหารจากเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยง ทำให้มีการทำงานของเซลล์ต่างๆ มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งตัวของเซลล์รากขน หรือการสร้างเม็ดสีเมลานิน ต่างจากระยะ Catagen และ Telogen ซึ่งเป็นช่วงที่เซลล์ต่างๆ หยุดการทำงานแล้ว เส้นขนจึงไม่เจริญเติบโตอีกและหลุดร่วงออกไป ดังนั้นช่วงที่เหมาะในการกำจัดขนถาวรขนต้องอยู่ในระยะ Anagen ถึงจะสามารถตอบสนองการรักษาได้ดี เพราะเป็นช่วงเซลล์ที่กำลังแบ่งตัว มีปริมาณเม็ดสีเมลานินจำนวนมากที่สุด จึงสามารถจับกับเลเซอร์และทำลายรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่ได้ คือ วงจรการเกิดเส้นขนใหม่ก็จะช้าออกไป ขนก็จะขึ้นช้า และค่อยๆ หมดไป เส้นขนที่งอกใหม่ก็จะมีลักษณะบางลง และสีอ่อนลง


การที่เลเซอร์กำจัดขนได้ดีในระยะ Anagen จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมการทำเลเซอร์ต้องทำซ้ำ คำตอบคือเส้นขนที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน อาจอยู่ในระยะวงจรเส้นขนต่างกัน การทำเลเซอร์ครั้งเดียวจึงไม่อาจกำจัดขนออกหมดได้เพราะยังมีเส้นขนที่อาจอยู่ในระยะ Catagen หรือ Telogen ก็ได้ จึงต้องรอให้เส้นขนเปลี่ยนระยะมาอยู่ในระยะ Anagen ก่อน ถึงจะสามารถกำจัดขนได้ทั้งหมดเกือบ 100% ดังนั้นต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือนเพื่อรอให้เส้นขนเปลี่ยนระยะ การทำเลเซอร์จึงควรกลับมาทำซ้ำ 3-8 ครั้ง ขึ้นอยู่กับลักษณะขนของแต่ละบุคคล ห่างกันอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการรักษามากที่สุด







ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น