ผิวเปลือกส้ม...เราจะจัดการกับมันได้อย่างไร?

สาวๆ หลายท่านถึงกับส่ายหัว ลดน้ำหนักก็ว่ายาก แต่ทำไมแก้เซลลูไลท์ยากกว่า

สาวๆ หลายท่านถึงกับส่ายหัว ลดน้ำหนักก็ว่ายาก แต่ทำไมเซลลูไลท์มันไม่ยอมไป

บทจะมาก็มาแบบไม่ทันตั้งตัว รู้อีกทีก็มีผิวเปลือกส้มไปแล้ว มาทำความรู้จักกับผิวเปลือกส้ม หรือเจ้าเซลลูไลท์ที่ขยับขาไปทางไหนก็มองเห็น เราจะจัดการกับมันได้อย่างไรบ้าง มาลองเริ่มที่จะดูแลตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ พร้อมแนะนำตัวช่วยที่ง่ายกว่าก็ได้ผิวเรียบเนียนของเราคืนมา





ผิวเปลือกส้ม คืออะไร?

ผิวเปลือกส้ม (Orange-peel) คือ เซลล์ไขมันที่สะสมอยู่ชั้นใต้ผิวหนัง หรือที่เรียกกันว่า เซลลูไลท์ (Cellulite)

มาทำความรู้จักกันว่า เซลลูไลท์ (Cellulite) เกิดจากอะไร

เกิดจากไขมัน น้ำ และของเสียบางส่วนที่ค้างอยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดการสะสมอยู่ในชั้นใต้ผิวหนังมากเกินปกติจนเป็นลอนไขมัน “เซลลูไลท์” ปรากฎให้เห็นเป็นรอยบุ๋ม เป็นลอนคลื่น มีลักษณะขรุขระ ไม่เรียบเนียนคล้ายกับผิวเปลือกส้มหรือผิวมะกรูด สามารถเกิดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่พบว่าประมาณ 85% มักเกิดในเพศหญิงที่อายุ 21 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่เกิดในบริเวณต้นแขน ต้นขา หน้าอก สะโพกหรือบริเวณหน้าท้อง





ประเภท ผิวเปลือกส้ม

ประเภท ผิวเปลือกส้ม

- Soft Cellulite มีลักษณะเป็นก้อนนิ่ม คล้ายฟองน้ำ มักพบบริเวณต้นขา ต้นแขน สามารถพบร่วมกับเส้นเลือดฝอยที่มีลักษณะเหมือนใยแมงมุม (Spider veins) และเส้นเลือดขอด(Varicose veins) มองเห็นชัดเจนเมื่อเมื่อขยับตัว เซลลูไลท์ชนิดนี้เพิ่มขึ้นได้หากมีน้ำหนักตัวเพิ่มหรืออายุมากขึ้น

- Hard Cellulite มักพบในวัยรุ่นเพศหญิง โดยจะมองเห็นเซลลูไลท์ชนิดนี้เมื่อมีการบิดผิวหนัง แต่จะไม่ขยับตามขณะเคลื่อนไหว มักพบบริเวณต้นขาและสะโพก รวมถึงบริเวณหลังและด้านในของเข่า

- Edematous Cellulite เซลลูไลท์ชนิดนี้เกิดจากมีการคลั่งของของเหลวมากเกินปกติในร่างกาย เมื่อกดบริเวณผิวหนังแล้วนำมือออกจะเห็นเป็นรอยนิ้วมือ โดยลักษณะผิวหนังบริเวณที่เกิดเซลลูไลท์ชนิดนี้จะใสและบางกว่าบริเวณอื่น ซึ่งเป็นเซลลูไลท์ที่รักษาหายได้ยากและอาจพบว่ามีความรู้สึกหนักๆ บริเวณขาร่วมด้วย





พัฒนาการของเซลลูไลท์แบ่งเป็น 4 ระยะ

พัฒนาการของเซลลูไลท์แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ

ระยะ 0 เป็นระยะที่เริ่มมีพังผืดเกิดขึ้นเล็กน้อย ซึ่งไม่สามารถสังเกตหรือมองเห็นด้วยตา

ระยะที่ 1 หากมีการหยิบผิวจะเห็นเป็นรอยบุ๋มของเซลลูไลท์

ระยะที่ 2 สามารถเห็นเซลลูไลท์ได้ในขณะยืนปกติ

ระยะที่ 3 สามารถเห็นเซลลูไลท์ได้ชัดเจน ขณะยืนหรือเดิน ซึ่งเป็นระยะที่รักษายาก





ผิวเปลือกส้ม มาได้ยังไง?

ผิวเปลือกส้ม มาได้ยังไง?

สาเหตุของการเกิดเซลลูไลท์ (Cellulite)

- อายุมากขึ้น ระดับฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง ความยืดหยุ่นของผิวหนังลดลง ผิวหนังหย่อนคล้อย

- น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายขาดสารอาหารอย่างรวดเร็วจึงต้องสะสมพลังงานในรูปแบบไขมันและเซลลูไลท์

- ไม่ออกกำลังกาย ของเสียในร่างกายค่อย ๆ สะสมเป็นเซลลูไลท์

- ดื่มน้ำน้อย ระบบขับถ่ายของเสียทำงานผิดปกติ

- รับประทานอาหารประเภทน้ำตาล ไขมัน แป้งมาก

- ความเครียด

- แอลกอฮอล์ และบุหรี่ ส่งผลต่อการกำจัดสารพิษในร่างกาย

- พันธุกรรม





กำจัดผิวเปลือกส้ม ด้วยตนเอง ทำยังไงดี?

กำจัดผิวเปลือกส้ม ด้วยตนเอง ทำยังไงดี?

1. ดื่มน้ำ วันละ 2-3 ลิตร เพราะน้ำช่วยในการกำจัดของเสียของร่างกาย

2. ออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมัน กระชับสัดส่วน

3. เลือกรับประทานผัก ผลไม้ เนื้อปลา และถั่วประเภทต่าง ๆ

4. ทาครีมบำรุงผิวให้เกิดความชุ่มชื้น และนวดผิวช่วยกระตุ้นระบบการไหวเวียนโลหิตและเผาผลาญไขมัน





เครื่องนวดสลายไขมัน “Aurora X2” ตัวช่วยกำจัดเซลลูไลท์ เพื่อผิวเรียบเนียน

ตัวช่วยกำจัดเซลลูไลท์ เพื่อผิวเรียบเนียน ลาก่อนผิวเปลือกส้ม ที่โมเดลล่าคลินิก รักษาด้วย เครื่องนวดสลายไขมัน “Aurora X2”


ผิวเปลือกส้ม หรือ เซลลูไลท์ เป็นบริเวณที่มีความหนาแน่นของเซลล์ไขมันมากกว่าปกติ ทำให้นอกจากการออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้ว ยังต้องอาศัยนวัตกรรมการนวดผิวร่วมด้วย ถึงจะสามารถกำจัดเซลลูไลท์ออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หลักการทำงานของเครื่องนวดสลายไขมัน “Aurora X2”

นวัตกรรมสลายไขมันส่วนเกินเฉพาะส่วนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ช่วยสลายไขมันและเซลลูไลท์ที่สะสมในชั้นไขมัน โดยการทำให้ไขมันที่ยึดเกาะกันแน่นแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กลง และยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและระบบต่อมน้ำเหลือง ร่างกายจึงเผาผลาญและขับไขมันส่วนเกินออกมาได้อย่างง่ายดายมากขึ้น


Aurora X2 ปลอดภัย100% เนื่องจาก Aurora X2 ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย

ได้รับมาตรฐาน KFDA ซึ่งเป็นมาตรฐานตรวจสอบด้านคุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร ผลิตภัณฑ์ของประเทศเกาหลี

ได้รับมาตร CE ที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรป





Aurora X2 คืออะไร?

Aurora X2 คืออะไร

เทคโนโลยีที่ผสมผสาน 5 พลังงาน มารวมกันซึ่งจะช่วยเรื่องสลายไขมันทำให้ไขมันแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กลงและยังช่วยกระชับรูปร่าง กระตุ้นคอลลาเจนเเละอิลาสติน ได้เเก่

1. Cavitation เป็นพลังงานคลื่นเหนือเสียง Ultrasound ที่ช่วยทำให้ไขมันแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็ก ๆ พลังงานสะสมในชั้นไขมันและจะส่งผลทำให้ไขมันบริเวณรอบข้างแตกตัวด้วย

2. Low level laser จะช่วยในการเจาะเซลล์ไขมันให้เป็นรู ง่ายต่อการกำจัด

3. RF (Radiofrequency) พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ ใช้สำหรับยกกระชับรูปร่าง กระตุ้นให้เนื่อเยื่อหดตัว

4. LED พลังงานแสงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอิลาสติน และระบบไหลเวียนของเลือด

5. Vacuum ใช้สำหรับเพิ่มพื้นที่ผิวทำให้บริเวณที่ทำการรักษาสัมผัสกับพลังงานได้มากยิ่งขึ้น และยังช่วยยกกระชับผิวได้มากขึ้นอีกด้วย





Aurora X2 ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

Aurora X2 ทำกี่ครั้งเห็นผล

- ในการทำแต่ละครั้งใช้เวลาในการรักษาเพียง 30 นาที

- เห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

- ควรทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 3-5 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น

- AuroraX2 ควบคู่กับการออกกำลังกายและการคุมอาหาร จะทำให้เห็นผลลัพธ์ไวขึ้น


ผลข้างเคียงจากการ นวดสลายไขมัน “Aurora X2”

หลังทำอาจมีการบวมขึ้น หรือรอยเขียวช้ำ สามารถหายได้เอง ภายใน 1-7 วัน






การเตรียมตัวก่อนรับการรักษา

การเตรียมตัวก่อนรับการรักษานวดสลายไขมันกระชับสัดส่วนด้วยนวัตกรรมใหม่ด้วยเครื่อง “Aurora X2”

1. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง

2. งดดื่มเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ทุกชนิด

3. ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 2-3 ลิตร/วัน





การดูแลตนเองหลังนวดสลายไขมัน “Aurora X2”

การดูแลตนเองหลังนวดสลายไขมัน “Aurora X2”

1. ควรดื่มน้ำให้มาก อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร เนื่องจากน้ำช่วยกำจัดไขมันและของเสียออกจากร่างกาย

2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภท ไขมัน หรือน้ำตาลสูง และทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

4. สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ






ข้อห้าม/ข้อควรระวังของการนวดสลายไขมัน “Aurora X2”

ข้อห้าม/ข้อควรระวังของการนวดสลายไขมัน “Aurora X2”

มีความปลอดภัยสูงสำหรับทุกคนที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ ดังนี้

1.โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด หรือลิ่มเลือดอุดตัน

2. รับประทานยาเกี่ยวกับโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือด

3. ผ่านการผ่าตัดมาไม่ถึง 6 เดือน

4. โรค SLE ช่วงที่มีอาการ

5. โรคมะเร็ง

6. โรคนิ่วในถุงน้ำดี

7. โรคไทรอยด์เป็นพิษสูง

8. ผู้ที่เป็นเส้นเลือดขอด







ดู 6 ครั้ง0 ความคิดเห็น