“ฟิลเลอร์สารเติมเต็ม” เพื่อความงาม

Filler ฟิลเลอร์ คืออะไร?

หลายคนคงเคยได้ยินมานานแล้ว แต่ใครจะรู้รายละเอียดลึกๆ แล้วแท้จริง

ฟิลเลอร์มีประโยชน์อย่างไรด้านความงาม

แล้วมันคืออะไรกันแน่นะ

วันนี้เกร็ดความรู้ คู่โมเดลล่า

เสนอ “ฟิลเลอร์สารเติมเต็ม”

เพื่อความงาม ส่วนจะมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง

เข้าไปดูพร้อมกันได้เลย ค่ะ


สวย หล่อ 🧑‍ อย่างปลอดภัย

มั่นใจได้ที่ Modella Clinic

สวยครบ จบที่โมเดลล่าคลินิก





ประเภทของสารเติมเต็ม


สารเติมเต็ม แบ่งเป็น 3 ชนิด ดังต่อไปนี้

1. สารเติมเต็มแบบชั่วคราว (Temporary Filler)

สารเติมเต็มแบบชั่วคราว เป็นสารที่มีความปลอดภัยสูง เพราะสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ เสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ได้น้อยมาก ตัวอย่างสารเติมเต็มแบบชั่วคราว เช่น

สารในกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด เป็นสารที่นิยมใช้มากที่สุด มีความปลอดภัย สลายได้หมด และหากไม่พอใจในผลลัพธ์หลังฉีด ก็สามารถฉีดสารเร่งการสลายสารเติมเต็มได้ สารเติมเต็มกลุ่มนี้มีหลายยี่ห้อ เช่น Neuramis, Perfectha, Juvederm หรือ Restylane

คอลลาเจน (Collagen)

เป็นคอลลาเจนที่มาจากสัตว์เพื่อนนำมาใช้เติมเต็มผิว แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในปัจจุบันแล้วเพราะได้รับรายงานในบางรายพบอาการแพ้คอลลาเจนจากสัตว์ ร่างกายมนุษย์มีการต่อต้าน ไม่สามารถเข้ากันได้ มีความเสี่ยงค่อนข้างมาก

ไขมันของตัวเอง หรือเรียกว่าการเติมไขมัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการฉีดครั้งละมากๆ เช่น ฉีดทั่วใบหน้า สะโพก ลำคอ หรือมือ มีข้อเสียคือ ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น 7-14 วัน


2. สารเติมเต็มแบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler)

เช่น สาร PMMA (Polymethyl-methacrylate) และสารโพลีอัลคิลลิไมด์ (Polyalkylimide) จะมีอายุยาวกว่าการใช้ ฟิลเลอร์ แบบชั่วคราว อยู่ได้นาน 2-5 ปี ปลอดภัยในระดับปานกลาง และสารที่ให้ผลยาวนานกว่า และไม่สลาย 100% มีแนวโน้มจะเกิดผลข้างเคียงมากกว่า เพราะร่างการถือว่าฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวรนี้เป็นสารแปลกปลอม อาจเกิดอาการแพ้ขึ้นมาวันใดวันหนึ่ง


3. สารเติมเต็มแบบถาวร (Permanent Filler)

เช่น ซิลิโคนเหลว และน้ำมันพาราฟิน ให้ผลลัพธ์แบบถาวร ไม่สามารถสลายได้เอง ทำให้ระบุผลข้างเคียงในระยะยาวไม่ได้ หากอยู่ในร่างกายนานเกินไปอาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง ซึ่งข่าวที่เราได้ยินกันว่าฟิลเลอร์ไหล หรือฉีด ฟิลเลอร์ ไปแล้วผิดรูปหน้าเบี้ยว เป็นก้อน ส่วนมากจะเกิดจากฟิลเลอร์ชนิดถาวรที่กล่าวถึง





ฟิลเลอร์ Filler


ฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มผิวประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) สารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้น (Hydration) เติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและเพิ่มความยืดหยุ่นใต้ผิวหนัง (Increase Elasticity) เต่งตึง ดูสุขภาพดี เรียบเนียนและช่วยลดริ้วรอย HA (Hyaluronic Acid) นี้ถือเป็นฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยและได้รับความนิยมมากที่สุด มีใช้แพร่หลายทั่วโลกสามารถย่อยสลายได้เอง และฉีดเติมใหม่ได้เรื่อยๆ เพราะโดยปกติแล้วร่างกายของคนเรามี สาร Hyaluronic Acid อยู่ในผิวหนัง เมื่อเรามีอายุมากขึ้น จำนวนคอลลาเจนก็ลดน้อยลง ผิวหนังชั้น SMAS ก็เปลี่ยนไป และ Retaining ligament หรือเส้นเอ็นยึดผิวต่างๆ ก็หย่อนคล้อยลง เราจึงสร้างสิ่งอื่นขึ้นมาทดแทน และสิ่งนั้นฟิลเลอร์


หลักการทำงานของ Hyaluronic Acid

เมื่อ HA เข้าสู่ผิวหนัง จะมีคุณสมบัติในการรวมตัวกับน้ำและอุ้มน้ำนั้นไว้ทำให้ผิวหนังที่เป็นริ้วรอยหรือร่องลึกตื้นขึ้นและเลือนหายไปอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวจึงดูเรียบเนียบขึ้นและ

คงอยู่ได้นานถึง 6-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของ HA และขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ใช้ด้วย)





ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์


1. ห้ามฉีดซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม

2. เลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เท่านั้น

3. เลือกฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น





Juvederm เป็นฟิลเลอร์จากประเทศอเมริกา ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และได้มีการพัฒนารุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

Juvederm

ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm เป็นฟิลเลอร์จากประเทศอเมริกา ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และได้มีการพัฒนารุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่านรับรองและนำเข้าอย่างถูกต้องจากองค์กรอาหารและยาของไทย (อย.)

จุดเด่นของฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm คือ มีเทคโนโลยี hylacross และ vycross ที่ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับ สามารถยกกระชับได้ดี อัตราการบวมน้ำน้อย และที่สำคัญยังทำให้ผลลัพธ์หลังฉีด มีความเรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติ คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน ปัจจุบันฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm ที่ได้รับ อย.ไทย มีหลายรุ่นให้เลือกใช้

ได้แก่ Juvederm Voluma, Juvederm Volift, Juvederm Volbella, Juvederm Volite, Juvederm Ultra XC, Juvederm Ultra plus XC


Restylane

Restylane เป็นฟิลเลอร์กลุ่มไฮยารูลอนิกแอซิด จากประเทศสวีเดน ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากแพทย์ทั่วโลก และผ่านการรับรองจาก US FDA และ Thai FDA

ปัจจุบันฟิลเลอร์ Restylane ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะทั้ง 2 เทคโนโลยี คือ

NASHA techology : เป็นการผลิตไฮยารูลอนิกแอซิดที่มีความคงตัว มีคุณสมบัติเด่นในการดึงโมเลกุลของน้ำเข้ามาเก็บไว้กับตัวฟิลเลอร์ หลังฉีดจึงไม่ก่อให้เกิดการแตกตัวง่าย คงผลลัพธ์ได้นาน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี และมีโมเลกุลหลายขนาดในแต่ละรุ่น เพื่อเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมในแต่ละบริเวณ

OBT technology : โดดเด่นในเรื่องของความยืดหยุ่น มีลักษณะเป็นเนื้อเจล มีความคงตัว หลังฉีดสามารถปรับรูปทรงได้หลากหลาย เหมาะกับผู้ที่มีผิวบาง และฉีดในจุดที่มีการเคลื่อนไหวมาก

ปัจจุบันฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane ที่ได้รับ อย.ไทย มีหลายรุ่นให้เลือกใช้

ได้แก่ Restylane Perlane Lyft ,Restylane Defyne, Restylane Vital Light, Restylane Vital, Restylane Refyne,

Restylane Volyme, Restylane Lyft


Belotero

Belotero เป็นฟิลเลอร์จากสวิสเซอร์แลนด์ นำเข้าโดยบริษัท เมิร์ซ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตด้วยเทคโนโลยี CPM Technology ซึ่งเป็นนวัตกรรมการผลิตพิเศษที่มีแค่ยี่ห้อนี้เท่านั้น ทำให้ได้เนื้อเจลที่มีความเรียบเนียน กลืนกับผิวหน้าได้ดี สามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกสภาพผิว

ปัจจุบันฟิลเลอร์ยี่ห้อ Belotero ที่ได้รับ อย.ไทย ได้แก่ Belotero Soft, Belotero Balance, Belotero Intense, Belotero Volume


Perfectha

ด้วยเทคโนโลยีการผลิตของฟิลเลอร์ Perfectha ใช้กระบวนการผลิตที่เรียกว่า อีบริดเทคโนโลยี (E-brid technology) ซึ่งมีข้อได้เปรียบในความทนทานจากการสลายด้วยเอนไซม์ไฮยารูลอนิเดส ทำให้ย่อยสลายได้ยาก อายุเฉลี่ยของฟิลเลอร์ที่จะอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง จะอยู่ในช่วง 6 เดือนจนถึง 1.5 ปี

เทคโนโลยีการผลิต อีบริด ที่มีคุณสมบัติทำให้ ฟิลเลอร์ Perfectha มีคุณสมบัติสำคัญ 4 ประการนี้

โครงสร้างโมโลกุลของฟิลเลอร์ Perfectha จะมีความแข็งแรงมากเป็นพิเศษ ทำให้ตัวยาถูกทำลายได้ยากจากเอนไซม์ไฮยารูลอนิเดส ที่เกิดขึ้นแล้วจะย่อยสลายไฮยารูลอนิกแอซิด จึงทำให้ฟิลเลอร์สามารถอยู่ในร่างกายได้นาน

การผลิตด้วยอีบริดเทคโนโลยี ทำให้ Perfectha นี้มีความยืดหยุ่นสูง ผู้รับการรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์กลุ่มนี้ ก็จะสามารถแสดงสีหน้า ได้อย่างเป็นธรรมชาติ หรือหากเกิดแรงกระทบเข้ามาที่บริเวณผิว

จากเหตุผลในข้อที่สอง ทำให้ฟิลเลอร์ Perfectha มีความหนืดของฟิลเลอร์ที่สูงด้วยฟิลเลอร์ Perfectha จะมีโอกาสในการเคลื่อนที่หรือไหลไปตำแหน่งอื่นๆ ได้ยาก หรือแทบไม่เกิดขึ้นจากตัวยา ผู้เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้ จึงจะสามารถมั่นใจได้ว่า แม้ขณะที่ตัวยาไม่สลาย ก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของตัวยาแน่นอน

ความปลอดภัย เนื่องจากเวลาที่ไฮยารูลอนิกแอซิดฟิลเลอร์ สลายไป ฟิลเลอร์บางกลุ่มยี่ห้อ อาจจะเกิดสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า BDDE สารตัวนี้ถ้าอยู่ในรูปอิสระอาจจะก่อให้เกิดมะเร็งได้ สำหรับผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ Perfectha หลังจากสลายไปแล้ว มั่นใจได้ว่าไม่เกิดสาร BDDE นี้ขึ้น ด้วยเทคโนโลยีการผลิต อีบริด อย่างแน่นอน

ปัจจุบันฟิลเลอร์ยี่ห้อ Perfectha ที่ได้รับ อย.ไทยได้แก่ Perfectha Subskin, Perfectha Deep, Perfectha Derm, Perfectha Complement


Neuramis

น้องใหม่นำเข้าจากประเทศเกาหลี ถือว่าเป็นฟิลเลอร์ที่ราคาจับต้องได้ และ ได้รับอย. ในไทยคือ Neuramis Deep แบบที่ไม่ผสมยาชา ตัวนี้จะเหมาะกับการปรับแต่งรูปหน้า เช่นการเติมคาง เติมขมับตอบ แก้มตอบ คงรูปได้ดี โดยระยะเวลาการอยู่นานประมาณ 6-12 เดือน


Revanesse Ultra

จากประเทศแคนาดา เหมาะสำหรับเติมเต็มยกหน้า ขมับร่องแก้ม เติมมิติให้คางสวยหวาน อยู่ได้นาน9-12เดือน





ฉีดฟิลเลอร์ ตรงไหนได้บ้าง?

ตำแหน่งที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้


1. ฟิลเลอร์หน้าผาก: ช่วยแก้ปัญหาหน้าผากแบน ไม่มีมิติ ปรับโหงวเฮ้ง

2. ฟิลเลอร์ขมับ: แก้ปัญหาขมับยุบให้ดูดีขึ้น ทำให้ใบหน้าหวานได้สัดส่วน

3. ฟิลเลอร์ใต้ตา: ช่วยเติมเต็มร่อง ริ้วรอยใต้ตาให้ตื้นขึ้น แก้ใต้ตาดำคล้ำ หรือแก้ไข้ให้ถุงใต้ตาดู

เรียบเนียนขึ้น

4. ฟิลเลอร์แก้มส้ม: ช่วยเติมเต็มใบหน้าให้มีมิติ มีชีวิตชีวา ดูอ่อนเยาว์

5. ฟิลเลอร์ร่องแก้ม: ช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ตื้นขึ้น

6. ฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก: ช่วยลดเลือน รอยร่องลึก

6. ฟิลเลอร์ปาก: ช่วยเติมเต็มให้ปากดูอวบอิ่ม มีความชุ่มชื้น สามารถฉีดลดริ้วรอยเล็กๆรอบริมฝีปากได้

7. ฟิลเลอร์คาง: ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียว เป็น V Shape

8. หลังมือ : ช่วยลดเลือนริ้วรอยทำให้ผิวหนังเรียบเนียนเต่งตึง






เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์


งดดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชั่วโมง ก่อนทำ

งดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น Ibruprofen Diclofenac Ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำ

งดวิตามิน St. Johns Wort, Ginko Biloba, Primrose Oil, Garlic, Ginseng, and Vitamin E

ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมใน กลุ่ม “Anti-Aging” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ

งดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ






ฉีด Filler แล้วควรดูแลตัวเองอย่างไร?

ข้อควรปฏิบัติหลังทำสวยด้วย Filler


งดการนอนราบ ประมาณ 3-4 ชั่วโมงหลังฉีด หากจำเป็นจริงๆให้นอนซ้อนหมอนสูงจนครบเวลาที่กำหนดแล้วจึงนอนราบได้ตามปกติ

หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนทุกชนิด เช่น แสงแดด ไดร์เป่าผม เตากระทะ ออกกำลังกายอย่างหนัก รวมถึงการอาบน้ำอุ่น อย่างน้อย 48 ชั่วโมง

งดการเลเซอร์/ ซาวน่า อย่างน้อย 4 สัปดาห์

งดดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง

งดสัมผัส/ การสครับ/การขัดถู บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์

ควรดื่มน้ำมากๆ ในช่วง 5 วันแรก ปริมาณ 8-10 แก้วต่อวัน เพราะฟิลเลอร์เป็นสารที่อุ้มน้ำ จะทำให้ฟิลเลอร์ฟูสวยและอยู่ได้นาน

งดทานยา แอลไพริน วิตามินอี ใบแปะก๊วย และยาลดความแข็งตัวของเกล็ดเลือด





อย่าฉีด Filler ถ้ามีอาการเหล่านี้

กลุ่มเสี่ยงที่ห้ามทำ Filler ผู้ที่มีอาการแพ้ฟิลเลอร์ หรือแพ้สารไฮยาลูรอนิกแอซิด ฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เด็ดขาด ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก มีแผลฟกช้ำง่าย โดยเฉพาะผู้ที่กำลังรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (ASA), ยาแก้อักเสบปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (NSAIDS), ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Warfarin), วิตามินอี (Vitamin E), สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Gingko biloba) เป็นต้น ผู้ที่เป็นเริม หรืองูสวัดอยู่ ควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้อาการกำเริบมากขึ้นได้





ขั้นตอนในการรักษาด้วย Filler

ขั้นตอนในการรักษาด้วย Filler

ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 45-60 นาที


1. ทายาชา เพื่อลดความเจ็บของเข็มเวลาฉีด

2. ทำความสะอาดหน้า

3. ทำการรักษาโดยการฉีดยาลงไปบริเวณที่ต้องการทำ Filler

4. กลับบ้านได้เลย โดยไม่ต้องพักฟื้น






ดู 2 ครั้ง0 ความคิดเห็น