MesoFat คืออะไร ? มาร่วมรู้ไปกับเรา

เกร็ดความรู้ คู่โมเดลล่า เข้าใจพื้นฐานเรื่องไขมัน เเละเซลลูไลท์ ตั้งแต่เซลล์-เนื้อเยื่อสาเหตุหลักของการเกิดไขมันส่วนเกิน

ยา MesoFat แบ่งออกได้กี่ประเภท MesoFat กี่วันเห็นผล บริเวณที่รักษาด้วย MesoFat ในร่างกาย ข้อควรปฏิบัติ ก่อนการรักษาด้วย MesoFat วิธีดูแลตัวเองหลังการรักษาด้วย MesoFat ข้อควรระวังของการฉีด MesoFat มีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย


สวย หล่อ 🧑‍ อย่างปลอดภัย มั่นใจได้ที่ Modella Clinic





เซลล์ไขมัน หรือ adipocyte มีความพิเศษเฉพาะตัว

แม้จะเป็นเซลล์ขนาดเล็กๆ แต่มีความสามารถพิเศษ

ในการกักเก็บพลังงานในรูปของไขมันไว้ข้างในตัวมัน

แต่จริงๆแล้วมันมีประโยชน์กับร่างกายอย่างมาก

ซึ่งเมื่อเซลล์ไขมันแต่ละเซลล์ประกอบกัน จะกลายเป็นเนื้อเยื่อไขมัน (Adipose Tissue) ที่สะสมอยู่ตามร่างกาย โดยไขมันที่สะสมแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม


1.ไขมันที่จำเป็น (Essential Fat) คือ สะสมอยู่ในบริเวณอวัยวะสำคัญที่มีผลต่อการทำงานของร่างกายโดยตรงให้ร่างกายดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข เช่น บริเวณไขกระดูก เยื่อหุ้มเซลล์ สมอง กระดูกสันหลัง รวมถึงเยื่อหุ้มอวัยวะต่างๆ


2.ไขมันที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย (Visceral Fat) สะสมอยู่ในช่องท้อง ถือเป็นไขมันสะสมที่อันตรายหากมีมากเกินไป โดยจะสงผลต่อการทำงานของระบบอวัยวะภายในร่างการให้ผิดปกติ ยิ่งอายุมากไขมันกลุ่มนี้จะยิ่งเพิ่มขึ้น และเป็นปัญหาของคนในปัจจุบัน เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ รวมถึงโรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคเบาหวาน ไขมันพอกตับ ความดันโลหิตสูง


3.ไขมันที่สะสมในชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) เป็นไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ใช้ยามจำเป็น และไขมันสะสมในชั้นใต้ผิวหนังหากกสะสมจนมีปริมาณและขนาดมากจนเกิดไป จะทำให้เกิด เซลล์ลูไลท์





แบ่งออกเป็น 2 สาเหตุหลักด้วยกัน

1. สาเหตุที่เราควบคุมได้ยาก

– กรรมพันธุ์ ถ้าพ่อหรือแม่อ้วน หรืออ้วนทั้งคู่ ความเสี่ยงของลูกที่จะอ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 25

– เพศ ผู้ชายจะมีไขมันในช่องท้องมากกว่าผู้หญิง ในผู้ชายเมื่อน้ำหนักขึ้นจะอ้วนแบบลงพุง ต่างจากผู้หญิงที่ไขมันจะไปสะสมบริเวณสะโพกและต้นขา เป็นลักษณะอ้วนที่ส่วนล่าง

– อายุ เมื่อสูงวัย ร่างกายจะเปลี่ยนกล้ามเนื้อเป็นไขมันและอัตราการเผาผลาญอาหารจะลดลง

– การตั้งครรภ์ หญิงมีครรภ์จะมีน้ำหนักมากขึ้นหลังตั้งครรภ์ 2-3 กิโลกรัม

2. สาเหตุที่เราควบคุมได้ง่าย

– อารมณ์ ปัญหาด้านอารมณ์ที่บางคนจัดการด้วยการกินอาหารมากๆ หรือไม่มีแรงใจในการลดน้ำหนัก

– อาหาร กินอาหารที่มีแคลอรีสูงได้แก่ ของหวาน เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารทอด เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

– ออกกำลังกาย ไม่เคลื่อนไหวร่างกาย รู้ไหม…คนที่เฉื่อยชามักจะมีไขมันส่วนเกินในร่างกาย

– ยา ยาบางชนิด เช่น ยาต้านอาการซึมเศร้า มีผลทำให้น้ำหนักขึ้นร้อยละ 25

– การเจ็บปวย การรักษาทางการแพทย์ ทำให้คนต้องลดกิจกรรม เมื่อไม่ค่อยขยับร่างกายก็ทำให้น้ำหนักขึ้น





เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บ้างก็เรียกว่า "ผิวเปลือกส้ม" คือ เซลล์ไขมันที่มีขนาดใหญ่ เคลื่อนตัวสูงและอัดอยู่แน่นบริเวณผิวหนัง เห็นเป็นผิวตะปุ่มตะป่ำ โดยมากมักพบเซลลูไลท์บริเวณต้นขา สะโพกหรือหน้าท้อง โดยเซลลูไลท์จะพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และพบได้ทั้งในคนผอมและคนอ้วน


ประเภทของเซลลูไลท์

Soft Cellulite เป็นเซลลูไลท์ที่พบได้บ่อยในผู้หญิงอายุ 20-30 ปี มีลักษณะเป็นก้อนขนาดเล็ก เป็นริ้วลูกคลื่นแบบนิ่ม สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากพันธุกรรม

Hard Cellulite เป็นเซลลูไลท์ที่พบได้บ่อยในผู้หญิงอายุ 20-40 ปี มีลักษณะเป็นก้อนเล็กและแข็ง เมื่อบีบดูจะเห็นเป็นก้อนแข็งเล็ก ๆ อย่างชัดเจน พบได้บ่อยบริเวณบั้นท้ายและสะโพก

Flaccid Cellulite เป็นเซลลูไลท์ที่มักพบได้ในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไปและไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ซึ่งจะลักษณะเป็นก้อนไขมันนุ่ม มีการหย่อนคล้อยของผิวหนังและกล้ามเนื้ออ่อนเหลว พบได้บ่อยบริเวณหน้าท้อง รอบเอว ท้องแขน และคาง

Edmatous Cellulite เป็นเซลลูไลท์ที่มักพบได้กับผู้ที่มีการไหลเวียนของเลือดไม่ดี มีการคั่งของน้ำเหลือง จนทำให้มีลักษณะเหมือนการบวมน้ำ พอกดแล้วบุ๋ม พบได้บ่อยบริเวณสะโพก ต้นขา ซึ่งบริเวณที่เป็นนั้นจะมีผิวหนังบอบบางเห็นเส้นเลือดได้ชัดเจนและบวม

Mixed Cellulite เป็นเซลลูไลท์ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ ในคนเดียวกันจะมีเซลลูไลท์อยู่หลายแบบ ตั้งแต่ประเภทที่ 1-4 โดยมักพบในผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและในวัยผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือผู้ที่ชอบกินอาหารจำพวกไขมัน ของทอด น้ำตาล และแป้งมากจนเกินไป





Mesofat คือ วิธีการกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะบริเวณ ด้วยการส่งตัวยาโดยเข็มฉีดยาเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ซึ่งยาทีเลือกใช้มีสรรพคุณในการสลายไขมัน เช่น Phosphatidylcholine, Deoxycholate, L-carnitine, Vitamin B complex, Amino acids, Minerals ฯลฯ

โดยเทคนิคการฉีด Mesofat มาจากการรักษาด้วยวิธีการทำเมโสเธอราพี (Mesotherapy) นั่นเอง





2. กลุ่มที่ปลอดภัยและนิยมใช้

2.1 กลุ่มที่ทำลายเซลล์ไขมัน

- ทำลายแบบรุนแรง Necrosis

จำพวกสาร Deoxycholate จะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ของเซลล์ไขมัน (Adipocyte)

ทำให้เกิดการตายของเซลล์ไขมัน ไขมันที่ตายเหล่านี้จะถูกทำลายและขับออกทาง ปัสสาวะ อุจจาระ และเหงื่อ ซึ่งในกลุ่มนี้สำหรับบางคนหลังฉีดอาจจะเกิดอาการปวด บวม แดงได้

- ทำลายแบบนุ่มนวล Apoptosis

จำพวกสาร Stem Bromelain1 , Quercetin2, resveratrol3 การทำงานของสารกลุ่มนี้จะเข้าไปทำให้เกิดการตายของเซลล์ไขมันโดยเป็นการตายที่เซลล์ไขมันเป็นผู้กำหนดการตายเอง เช่น เป็นการสั่งการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไขมันทำให้เซลล์แตกย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ ไม่ได้ไปทำลายโครงสร้างของเซลล์ไขมันแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง





กลุ่มยาที่ค่อนข้างอันตราย

สารสเตียรอยด์ (Steroid) ทางการแพทย์นำมาใช้เป็นยาที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory effect)

ใช้สำหรับรักษาโรคที่มีการอักเสบภายในร่างกาย แต่ยาชนิดนี้จะมีฤทธิ์ข้างเคียงทำให้ไขมันฝ่อและสลายตัวไปได้ จึงมีการนำสารสเตียรอยด์นี้มาฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อสลายไขมันเฉพาะส่วน ซึ่งถือว่าเป็นการใช้ยาที่ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากการฉีดสารสเตียรอยด์เพื่อสลายไขมัน ต้องฉีดยาเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก ซึ่งคนไข้อาจเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดได้ เช่น เกิดผิวหนังบุ๋ม เกิดการติดเชื้อ หรือมีการบวมน้ำตามร่างกายได้


ยาสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) การใช้ยาสลายฟิลเลอร์นี้นำมาฉีดเพื่อลดไขมัน เป็นการนำมาใช้อย่างผิดวิธี โดยการฉีดในปริมาณมาก เข้าไปในชั้นผิว ตัวยานี้จะทำการสลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิวออกไปด้วย ส่งผลทำให้เนื้อยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว แก้มหาย หน้าดูล็กลง ดังนั้นหลายเคสที่เคยฉีดจึงคิดว่าได้ผลและราคาถูกกว่า แต่ในระยะยาวจะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ผิวหย่อนคล้อยเนื่องจากคอลลาเจนเสื่อมลงได้





2.2 กลุ่มที่ลดขนาดเซลล์ไขมัน เร่งการเผาผลาญไขมัน

- สารคาเฟอีน (Caffeine) ซึ่งในสารกลุ่มนี้มีผลข้างเคียง คือ มีอาการใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็วได้

- สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น Phosphatidylcholine, Flavonoid ซึ่งสารเหล่านี้ไม่มีส่วนผสมของ Deoxycholate, คาเฟอีน และในบางตัวมีสารสกัดที่เป็นชนิดเดียวกับร่างกาย ข้อดีคือไปช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน ของร่างกาย

จึงทำให้ในระยะยาวไม่เกิดภาวะการดื้อยา ผิวหนังไม่ย้วย ไม่เป็นคลื่น ไม่มีอาการปวด บวม แดง พร้อมยังอาจมีตัวช่วยให้ผิวกระชับ ช่วยยับยั้งการกลับมาของไขมันที่มาสะสมทำให้ไขมันกลับมาได้ช้าลงได้





Mesofat กี่วันเห็นผล

หลังจากฉีดเมโสแฟตสลายไขมันไปแล้ว ครั้งแรกไขมันจะเริ่มสลายตัวประมาณ 10-15% และเริ่มเห็นผลว่ายุบลงใน 3-5 วัน เห็นผลเต็มที่ 1-2 สัปดาห์

แต่หลัง ฉีดเมโสแฟต กี่วันเห็นผล นั้นขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันของแต่ละบุลคล ร่วมกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน หากฉีดแล้วมีการควบคุมพฤติกรรมการกินร่วมด้วย ผลลัพธ์การรักษาจะดียิ่งขึ้น





ข้อควรปฏิบัติ ก่อนการรักษาด้วย Meso fat

ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวด กลุ่ม NSAIDS ได้แก่ Ibuprofen Naproxen 1 สัปดาห์ก่อนการรักษา เพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ำ

ควรหยุดการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Vitamin C Vitamin E น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย 1 สัปดาห์ก่อนการรักษา

ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ก่อนการรักษา





บริเวณที่รักษาด้วย MesoFat ในร่างกาย

-เมโสแฟตแก้มห้อย หรือการฉีดแฟตลดแก้ม เป็นจุดที่ได้รับความนิยมที่สุดสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย

-เมโสแฟตเหนียง ฉีดลดไขมันที่สะสมบริเวณใต้คาง บริเวณคางสองชั้น หากกำจัดไขมันบริเวณนี้ได้ ทำให้ใบหน้าของเราเรียวสวย แม้กระทั้งมุมก้ม

-เมโสแฟตโหนกแก้ม สามารถฉีดบริเวณโหนกแก้มได้ ถ้าคนนั้นๆมีใบหน้าที่ใหญ่และมีแฟตบริเวณแก้มด้านบน

-เมโสแฟตหน้าท้อง ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง

-เมโสแฟตต้นแขน ลดไขมันสะสมบริเวณแขน แก้ปัญหาแขนใหญ่

-เมโสแฟตต้นขา สลายไขมันสะสมบริเวณต้นขา แก้ปัญหาขาใหญ่

-เมโสแฟตน่อง ช่วยให้ขาเรียวสวย





วิธีดูแลตัวเองหลังการรักษาด้วย MesoFat

-ห้ามขัดหน้ารุนแรงหรือทำทรีทเม้นต์ ภายใน 4 ชม.

-งดดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 3 วัน

-หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนทุกชนิด เช่น การเลเซอร์ ซาวน่า อย่างน้อย 1 สัปดาห์

-ดื่มน้ำต่อวันอย่างน้อย 2 ลิตร หรือ 8-10 แก้ว

-ออกกำลังกายเบาๆควบคู่เพื่อผลที่ชัดเจน

-ควบคุมอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทาน

-ด้านอาหารหมักดอง ไม่ถึงขั้นเป็นข้อห้ามแต่ก็ไม่แนะนำเนื่องจากในอาหารหมักดอง อาจมีสารที่กระตุ้นกระบวนการอักเสบผสมอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวการของอาการบวม





กลุ่มเสี่ยงที่ห้ามทำการรักษาด้วยวิธี MesoFat

-ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องให้อินซูลินอยู่เป็นประจำ

-ผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษ

-ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหรือระบบไหลเวียนของโลหิต เช่น เส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองอุดตัน มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด

-ผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือโรคที่จำเป็นต้องใช้ยารักษาจำนวนมาก

-สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร

-ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี


*เพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์และเปิดเผยข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ได้ทราบ





ขั้นตอนในการรักษาด้วยวิธี MesoFat ...ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 45-60 นาที


1. ทายาชา เพื่อลดความเจ็บของเข็มเวลาฉีด หรือ ใช้วิธีประคบเย็นหากไม่ทายาชา

2. ทำความสะอาดหน้า

3. ทำการรักษาโดยการฉีดยาลงไปบริเวณที่ต้องการลดไขมัน

4. กลับบ้านได้เลย โดยไม่ต้องพักฟื้น











ดู 224 ครั้ง0 ความคิดเห็น
 
<